ใคร่ครวญธรรมตามกาลเวลา บทที่ ๑๐๐

…ใคร่ครวญธรรมตามกาลเวลา บทที่ ๑๐๐…

…พระพุทธพจน์…

…หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าเมื่ออาทิตย์ขึ้นมาย่อมแห้งหายไปโดยเร็ว ไม่ตั้งอยู่นาน ฉันใดชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย ก็เปรียบเหมือนหยาดน้ำค้างฉันนั้นชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายน้อยนิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มากมีความคับแค้นมาก พึงถูกต้องได้ด้วยปัญญา ควรกระทำกุศลควรประพฤติพรหมจรรย์เพราะสัตว์ที่เกิดมาแล้ว จะไม่ตายไม่มี…
…( อัง.สัตตก.๗๑ )…

…”ปริสัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักชุมชน”…

…ฤดูกาลเข้าพรรษาหมดวาระผ่านพ้นไปมีภารกิจมากมายที่จะต้องคิดและต้องทำในหลายสถานที่ ซึ่งมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องทำความเข้าใจในชุมชนนั้นๆ เพื่อให้ภารกิจนั้นลุล่วงไปตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้…

…วันเวลา ผ่านไป ไม่หยุดนิ่ง
มีหลายสิ่ง ที่ทำ ตามสมัย
ให้เข้ากับ เหตุการณ์ ที่เป็นไป
และทรงไว้ ซึ่งธรรม แห่งสัมมา

…มรรคองค์แปด คือทาง ที่วางไว้
ก้าวเดินไป ตามทาง เพื่อค้นหา
ให้รู้จัก ตัวตน คืออัตตา
รู้จักว่า ตัวกู และของกู

…รู้อะไร ไม่รู้เท่า เข้าใจจิต
รู้ความคิด น้อมธรรม นำมาสู่
ทำให้ดู อยู่ให้เห็น เอาเป็นครู
สอนให้รู้ สอนให้ทำ ในกรรมดี

…ประสานใจ ประสานชน คนรุ่นใหม่
ให้ร่วมมือ ร่วมใจ ในทุกที่
ให้เกิดความ รักใคร่ สามัคคี
สอนให้มี น้ำใจ ช่วยเหลือกัน

…ต้องเลือกธรรม นำมาใช้ ให้เหมาะสม
กับสังคม ที่อาศัย ให้สร้างสรรค์
ให้มีความ เอื้อเฟื้อ และแบ่งปัน
ให้ร่วมกัน ทำความดี เพื่อสังคม

…เพราะร่วมมือ ร่วมใจ จึงสำเร็จ
งานจึงเสร็จ ทำไป ได้เหมาะสม
จึงทำให้ มีคนชอบ และชื่นชม
เพราะสังคม เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือกัน…

…ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ – สมณะไร้นาม…
…๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๕…