เพราะเป็นคนที่มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง

… เพราะเป็นคนที่มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง ชอบการศึกษาและค้นคว้า เมื่อศึกษาเรื่องอะไรนั้น ก็ทำอย่างเต็มที่ เลยทำให้มีความรู้และความเข้าใจในทุกเรื่อง รู้เห็น เข้าใจ ทำได้ ทั้งเรื่องทางโลกและทางธรรม เพราะเหตุนี้จึงต้องทำหน้าที่หลายอย่างและไม่มีเวลาว่างตลอดเวลา

… อาศัยความเมตตาที่พระอาจารย์ทั้งหลายได้สั่งสอนอบรมมา ให้รู้จักการเจริญจิตภาวนา ให้รู้จักการมีสติและสัมปชัญญะทุกขณะเมื่อรู้สึกตัวตื่นอยู่ สอนให้มีสติในการทำงานสอนให้รู้ว่าการที่เรามีสติและสัมปชัญญะอยู่กับกายและจิตขณะคิด พูด เคลื่อนไหว หรือการทำอะไรนั้น คือการปฏิบัติธรรม เจริญสติภาวนา จึงได้นำมาปรับใช้กับชีวิตจริง

… ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น คือของจริงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยการศึกษาค้นคว้าแล้วนำมาปฏิบัติ สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ธรรมะของพระพุทธเจ้าทันสมัยอยู่เสมอถ้าเรารู้จักการนำมาปรับใช้และไม่ติดอยู่ในตัวอักษร แต่ให้เราเข้าใจถึงเจตนาและความหมายของหลักธรรมทั้งหลายนั้น ๆ ว่าพระพุทธเจ้าท่านมีเจตนาที่จะสอนเรื่องอะไร กับใคร ในจังหวะไหน เพื่อให้รู้และเข้าใจในเรื่องอะไร เราจึงจะสามารถที่จะนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับ จังหวะ เวลา โอกาศ สถานที่ และบุคคล

… รู้จักคุณและโทษ ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ รู้จักคิดและวิเคราะห์เพื่อหาความเหมาะสม ความพอดีและพอเพียงสิ่งที่ควรกระทำและสิ่งที่ไม่ควรกระทำ ในกิจกรรมทั้งหลาย ทางกาย วาจาและจิตธรรมะนั้นสอนให้คิดวิเคราะห์ถึงเหตุและผล สอนให้รู้จักตนและรู้จักประมาณ รู้จักกาล รู้จักเวลา ว่าควรคิดและทำสิ่งใด เพื่อให้ความเจริญในธรรมทั้งหลายนั้นเกิดขึ้น ดำเนินชีวิตไปได้ไม่ขัดกันทั้งในทางโลกและทางธรรม

… ธรรมะทั้งหลายนั้นจึงไม่ใช่เพียงความจำจากตำรา เพื่อที่จะเอามาพูดคุยอวดรู้และข่มกัน ธรรมะนั้นเกิดที่จิต จากการคิดพิจารณา การเจริญสติภาวนาดั่งคำที่ว่า “เมื่อจิตนั้นนิ่ง ความเป็นจริงทั้งหลายก็จะปรากฏ”

…ด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม-วจีพเนจร…
…๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *