ใคร่ครวญทบทวนธรรมไปตามกาล

…ใคร่ครวญทบทวนธรรมไปตามกาล…

….ที่ผ่านมานั้น ชีวิตในแต่ละวันต้องพบปะและสื่อสารกันกับผู้คนมากมาย แม้จะหลบหลีกมาอยู่ในที่ที่ห่างไกลจากชุมชนนั้นแล้วก็ตาม ก็ยังมีคนพยายามที่จะไปมาหาสู่ขึ้นมาเยี่ยมเยือนพบปะพูดคุยที่อยู่ห่างไกล ก็ใช้การสื่อสารสมัยใหม่ในยุคไอทีเพื่อที่จะได้พูดคุยกัน

…วิถีโลกและวิถีธรรมจึงต้องดำเนินไปคู่กัน จึงเอาปัจจุบันธรรมมาพิจารณาเป็นอารมณ์กรรมฐานพิจารณาสิ่งทั้งหลายที่ได้เห็นให้เป็นธรรมะ พิจารณาให้เห็นถึงคุณและโทษ ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ในสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นพิจารณาลงไปในอริยสัจ ๔ ให้เห็นถึงปัญหา เห็นที่มา เห็นการตั้งอยู่เห็นที่ดับและทางไป อันได้แก่ ทุกข์สมุทัย นิโรธ มรรค โดยใช้หลักของพระไตรลักษณ์มาเป็นพื้นฐาน

…เห็นความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พิจารณาให้เห็นและเข้าใจจนเกิดความเบื่อหน่ายจางคลายในทิฏฐิมานะ อัตตา ตัณหา และอุปาทาน เห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปของโลกธรรมทั้ง ๘ จนจิตจางคลายไม่เข้ายึดถือในสิ่งนั้นวางจิตนั้นให้เป็นกลาง มองทุกอย่างให้เป็นธรรมะ แล้วจะเกิดการลดละด้วยตัวของมันเอง…

…ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม…
…๒๓ มีนาคม ๒๕๖๔…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *