ใคร่ครวญธรรมตามกาลเวลา บทที่ ๒๙

…ใคร่ครวญธรรมตามกาลเวลา บทที่ ๒๙…

…ดั่งที่เคยกล่าวไว้ว่า…วิถีโลกและวิถีธรรมนั้นต้องจะเดินคู่กันไป…เพราะว่าเราทั้งหลายนั้น ต้องใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม มิอาจจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ ต้องมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันไม่มากก็น้อย ตามจังหวะ เวลาโอกาส สถานที่และตัวบุคคลเป็นเหตุและผลซึ่งกันและกันโลกและธรรมจึงต้องเดินคู่กันไป

…แต่คนส่วนใหญ่นั้นมักจะปฏิเสธธรรมเพราะคิดว่าเป็นเพียงเรื่องของศาสนาเป็นลัทธิ เป็นความเชื่อเฉพาะตนทั้งที่จริงแล้วธรรมะนั้นคือธรรมชาติแห่งความเป็นจริง เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เราพบเห็นอยู่เป็นประจำในชีวิตของเรา

…ธรรมะคือความเป็นจริงทั้งหลายในโลกนี้ เป็นสัจธรรมและสิ่งที่จะนำเข้าสู่ธรรมชาติแห่งความเป็นจริงนั้นก็คือคุณธรรมจิตสำนึก ความรู้สึกนึกคิด จิตที่ยอมรับซึ่งความเป็นจริงของธรรมชาติทั้งหลายนั้น ความมีใจเป็นกลาง ไม่เข้าข้างความรู้สึกนึกคิดเพื่อผลประโยชน์ของตนจนเกินไปความพึงพอใจในในสิ่งที่มี ในสิ่งที่เป็นและสิ่งที่ควรจะได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติศาสนาไหนก็ตาม ล้วนแล้วมุ่งหวังที่จะชี้นำให้คนกระทำความดี ให้ทุกคนมีจิตสำนึกแห่งคุณธรรม เพื่อความสงบสุขร่มเย็น เพื่อความเป็นไปโดยสันติ สิ่งนั้นคือแก่นแท้ของทุกศาสนา…

…ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ – สมณะไร้นาม…
…๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๕…