ใคร่ครวญธรรมไปตามกาล บทที่ ๓๕

…ใคร่ครวญธรรมไปตามกาล บทที่ ๓๕…

…หลวงพ่อพุทธทาสท่านสอนไว้ว่าชีวิตคือการทำงาน การทำงานอย่างมีสตินั้นคือการปฏิบัติธรรมดำเนินชีวิตด้วยการทำงานทั้งทางภายนอกและภายในควบคุมกายใจด้วยสติและสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลาพิจารณาให้เห็นความเป็นจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหลาย ทำใจให้ยอมรับกับสภาพแห่งความเป็นจริงในสิ่งเหล่านั้น เมื่อใจรับได้ เพราะรู้และเข้าใจในความเป็นไปของสิ่งเหล่านั้น เห็นที่มาที่ไปเหตุปัจจัยของสิ่งทั้งหลายที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น เมื่อละวางมันได้ความทุกข์เพราะความกังวลทั้งหลาย ก็จะหายไปสิ้นไป จิตเข้าสู่ความโปร่งโล่ง เบา

…อดีตคือความทรงจำที่ผ่านมาปัจจุบันคือความเป็นจริง สิ่งที่กำลังตั้งอยู่ อนาคตคือความฝันและจินตนาการเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น…

…คือคำพูดและโวหารในเชิงกวีที่ได้กล่าวกันมาแต่ยาวนานแต่ในความเป็นจริงในชีวิตจงทำจิตให้หยุดคิดสงบนิ่งแล้วขจัดความคิดอกุศลสิ่งที่เป็นขยะของอารมณ์ออกไปคงเหลือไว้แต่สิ่งที่เป็นกุศลสิ่งที่ดีมีสาระและมีประโยชน์สิ่งที่ไม่เป็นทุกข์ เป็นภัยและเป็นโทษต่อกุศลทั้งหลายเพื่อให้มีความเจริญในกุศลธรรมเพิ่มพูนก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป

…มองดูโลกที่สับสนวุ่นวายให้คล้ายดูหนังดูละคร ทุกบททุกตอนล้วนแล้วแต่มายาที่ถูกกำหนดมาด้วยกฎแห่งกรรมพยายามทำจิตใจให้อยู่เหนือโลกธรรม ๘ ทวนกระแสแห่งโลกมายา แล้วเราจะพ้นจากความทุกข์ความเศร้าโศกจากโลกมายานี้ได้ เพิ่มกำลังทั้ง ๕ ประการคือศรัทธา สติวิริยะ สมาธิ ปัญญา ให้เพิ่มขึ้นเพื่อให้เกิดผลงานให้เป็นรูปธรรมพร้อมที่จะนำไปถ่ายทอดเผยแผ่แก่ผู้ที่สนใจพยายามทำให้เกิดความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นในจิตเพื่อพัฒนาความคิดให้เจริญก้าวหน้า เพื่อจะได้นำไปสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้อื่นให้เห็นหนทางเห็นแสงสว่างเส้นทางของชีวิต ชี้นำให้ไปขบคิดพิจารณาเพื่อให้เกิดปัญญาและออกจากกองทุกข์พบสุขที่แท้จริง…

…ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ – สมณะไร้นาม…
…๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕…