ใคร่ครวญธรรมไปตามกาล บทที่ ๘๓

…ใคร่ครวญธรรมไปตามกาล บทที่ ๘๓…

…”ภิกษุจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีลอันดี จงมีความดำริตั้งมั่นตามรักษาจิตของตนเถิด”

“อปฺปมตฺตา สตีมนฺโต สุสีลา โหถ
ภิกฺขโว สุสมาหิตสงฺกปฺปา
สจิตฺตมนุรกฺขถ”
…พุทธสุภาษิต มหาปรินิพพานสูตร ๑๐/๑๒๐…

…ธรรมะนั้นมีอยู่ทุกที่และทุกเวลาเกิดขึ้นอยู่เสมอ ผู้มีปัญญาย่อมน้อมเข้ามาสู่ตนเอง คือน้อมเข้ามาพิจารณาในตัวเอง เมื่อพิจารณามากเข้า ก็จะถึงซึ่งความเป็นปัจจัตตัง คือสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตนทำเองเห็นเองและรู้เองในสิ่งที่ทำ…

…สรรพสิ่ง ตั้งอยู่ใน พระไตรลักษณ์
ซึ่งเป็นหลัก ธรรมชาติ ควรศึกษา
ความไม่เที่ยง แปรเปลี่ยน อนิจจา
ย่อมนำมา ซึ่งความทุกข์ ไม่สุขใจ

…ทุกข์เพราะว่า ใจนั้น ไปยึดมั่น
ไม่แปรผัน ยอมรับ กับสิ่งใหม่
ไม่ยอมรับ กับสิ่งที่ แปรเปลี่ยนไป
ทำให้ใจ นั้นทุกข์ ไม่ผ่อนคลาย

…กาลเวลา หมุนเวียน แปรเปลี่ยนผัน
ทุกสิ่งนั้น ย่อมจะมี เสื่อมสลาย
มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ตาย
ทุกสิ่งหาย ไปกับ กาลเวลา

…วันเวลา แห่งชีวิต นี้สั้นนัก
ควรรู้จัก เสริมสร้าง ซึ่งคุณค่า
ทำชีวิต ของตนนี้ มีราคา
สร้างคุณค่า ต่อชีวิต ด้วยจิตดี

…วันเวลา ผ่านไป ควรใคร่คิด
ถึงชีวิต ที่ผ่านมา จนวันนี้
ว่าเคยทำ อะไรบ้าง ในสิ่งดี
ชีวิตนี้ มีคุณค่า มารึยัง

…อย่าปล่อยให้ ผ่านไป โดยไร้ค่า
วันเวลา นั้นไม่อาจ จะคืนหลัง
ชีวิตนี้ ใช่จะอยู่ อย่างจีรัง
สิ่งที่หวัง และตั้งใจ อาจไม่มา

…วันพรุ่งนี้ อาจไม่มี ให้ได้เห็น
อาจไม่เป็น อย่างที่ใจ ปรารถนา
สิ่งที่หวัง และตั้งใจ อาจไม่มา
วันเวลา หมุนเวียน และเปลี่ยนไป

…วันเวลา ผ่านไป ไม่หยุดนิ่ง
สรรพสิ่ง เปลี่ยนตาม ยุคสมัย
เราจึงควร ฝึกจิต และฝึกใจ
ให้รับได้ ในความเป็น เช่นนั้นเอง…

…ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม…
…๖ ตุลาคม ๒๕๖๕…