การฟังธรรมนั้นต้องตั้งใจฟังและพิจารณาตาม

…การฟังธรรมนั้น ต้องตั้งใจฟังและพิจารณาตาม จึงจะเข้าใจและได้รับประโยชน์
จากการฟังธรรม ภาชนะที่รองรับธรรมะนั้นคือใจเรา ถ้าใจยังวอกแวกสอดส่าย ไม่นิ่ง
ใจยังแตกร้าวอยู่ ก็ไม่สามารถที่จะรับรู้ และซึมซาบเอาธรรมะนั้นได้ เหมือนภาชนะที่รั่ว
และร้าว เทน้ำลงไป ก็ไม่สามารถที่จะเก็บรองรับเอาน้ำไว้ได้ ใจของเราก็เหมือนกัน
ถ้ามันไม่นิ่ง ความจริงทั้งหลายก็จะไม่ปรากฏ ไม่สามารถที่จะรับเอาสภาวะธรรมทั้งหลาย
ที่เกิดขึ้น ให้คงอยู่ในใจของเราได้ เราจึงต้องมาทำกายใจของเราให้สงบนิ่ง เพื่อจะได้
รับรู้ความเป็นจริงของสภาวะธรรมทั้งหลายนั้น …

…อบรมตนเองให้รู้จักข้อวัตรปฏิบัติ ให้รู้จักผิดชอบชั่วดี อะไรผิดเราก็จะต้องพยายาม
ลดละ แก้ไข ไม่ทำตามความคิดฝ่ายต่ำของตัวเราเอง อะไรที่ดีแล้วถูกต้องแล้วก็พยายาม
ขวนขวายกระทำต่อไปให้ยิ่งขึ้น…

…ทรัพย์สมบัติใด ๆ ในโลกนี้ที่มีอยู่ ก็ไม่สู้ธรรมะสมบัติได้ ถ้าเรามีทรัพย์คือธรรมะ
ประดับใจของเราแล้ว ย่อมเป็นผู้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไปแน่นอน…

…พระคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องอโหสิ อะเวรัง อะสะปัตตัง พระพุทธเจ้า
ทรงสอนให้พวกเราเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่จองเวร เป็นผู้อโหสิ…

…ด้วยรัก-ศรัทธา-ปรารถนาดี…
รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม-วจีพเนจร
…๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *