คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๔

…คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๔…

…จงกล่าวธรรม เพื่อธรรม กล่าวธรรมโดยธรรม ทำหน้าที่โดยการกล่าวธรรมซึ่งต้องให้เหมาะสมกับจังหวะ เวลา โอกาสสถานที่และบุคคล คือต้องรู้จักกาละเทศะไม่กล่าวธรรมพร่ำเพรื่อ ต้องให้เหมาะกับกาลการกล่าวธรรมนั้นจึงจะบังเกิดผล ก่อให้เกิดความเจริญในธรรมและได้รับการสนองตอบเพราะชอบด้วยกาล เวลา คือถูกที่ ถูกทางและถูกธรรม…

อ่านเพิ่มเติม “คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๔”

คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๓

…คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๓…

…ที่ผ่านมาเราไปยึดถือสิ่งที่ไร้สาระเอามาเป็นสาระ ทำให้เสียเวลาในการปฏิบัติธรรม การพัฒนาทางจิตเลยไม่ก้าวหน้า เพราะมัวแต่เสียเวลาอยู่กับสิ่งไร้สาระตามกระแสของโลกซึ่งเมือได้ทบทวนพิจารณาดูแล้วจึงได้รู้ว่าเรายังเป็นผู้ประมาทในชีวิต…

อ่านเพิ่มเติม “คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๓”

คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๒

…คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๒…

…”ความพยายามพวกเธอต้องทำเอาเอง ตถาคตเป็นเพียงผู้ชี้บอกเท่านั้น”
“ตุมฺเหหิ กิจฺ อาตปฺปํ อกฺขาตาโร ตถาคตา”…
…พุทธภาษิต ธรรมบท ๒๕/๔๓…

…ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึกนั้นทุกคนย่อมจะมีจิตสำนึกแห่งความใฝ่ดีซ่อนอยู่เสมอ เพียงแต่บางครั้งยังไม่ได้แสดงออกมา เพราะเงื่อนไขของเรื่องจังหวะ เวลา โอกาส สถานที่และตัวบุคคลนั้น ยังไม่เอื้ออำนวย ไม่เปิดโอกาสให้แสดงออกมาได้ในสิ่งนั้น

อ่านเพิ่มเติม “คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๒”

คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๑

…คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๑…

…”ความพยายามพวกเธอต้องทำเอาเอง ตถาคตเป็นเพียงผู้ชี้บอกเท่านั้น”
“ตุมฺเหหิ กิจฺ อาตปฺปํ อกฺขาตาโร ตถาคตา”…
…พุทธภาษิต ธรรมบท ๒๕/๔๓…

…ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึกนั้นทุกคนย่อมจะมีจิตสำนึกแห่งความใฝ่ดีซ่อนอยู่เสมอ เพียงแต่บางครั้งยังไม่ได้แสดงออกมา เพราะเงื่อนไขของเรื่องจังหวะ เวลา โอกาส สถานที่และตัวบุคคลนั้น ยังไม่เอื้ออำนวย ไม่เปิดโอกาสให้แสดงออกมาได้ในสิ่งนั้น

อ่านเพิ่มเติม “คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๑”

คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๐

…คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๐…

…จงกล่าวธรรม เพื่อธรรม กล่าวธรรมโดยธรรม ทำหน้าที่โดยการกล่าวธรรมซึ่งต้องให้เหมาะสมกับจังหวะ เวลา โอกาสสถานที่และบุคคล คือต้องรู้จักกาละเทสะไม่กล่าวธรรมพร่ำเพรื่อ ต้องให้เหมาะกับกาลการกล่าวธรรมนั้นจึงจะบังเกิดผล ก่อให้เกิดความเจริญในธรรมและได้รับการสนองตอบเพราะชอบด้วยกาล เวลา คือถูกที่ ถูกทางและถูกธรรม…

อ่านเพิ่มเติม “คิดไป เขียนไป บทที่ ๑๐”

คิดไป เขียนไป บทที่ ๙

…คิดไป เขียนไป บทที่ ๙…

…ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวไว้อย่าเอาชีวิตไปยึดติดกับผู้ใดขอให้ศรัทธาในธรรมะที่เขากล่าวให้มากกว่าตัวของผู้กล่าวธรรมแล้วท่านจะไม่เสียใจเมื่อผู้กล่าวธรรมนั้นแปรเปลี่ยนไป

…จงให้ความสำคัญในธรรมของพระพุทธองค์ที่มีผู้นำมากล่าวมากกว่าตัวของผู้กล่าวธรรมจงเอาที่ธรรมะ อย่าไปเอาที่ตัวบุคคล แล้วจะทำให้ท่านไม่เสียใจหรือเสียความรู้สึกเมื่อผู้ที่กล่าวธรรมนั้นมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป …

อ่านเพิ่มเติม “คิดไป เขียนไป บทที่ ๙”

คิดไป เขียนไป บทที่ ๘

…คิดไป เขียนไป บทที่ ๘…

…วันเวลาแห่งชีวิตลิขิตไปตามกฎแห่งกรรม สิ่งที่เราเคยได้กระทำมาในอดีตและปัจจุบัน ส่งผลมาสู่วันนี้ทั้งกรรมดีที่เป็นกุศลส่งผลให้พบสิ่งดีและกรรมที่เป็นอกุศลที่ส่งผลมาเป็นอุปสรรคปัญหาสิ่งที่ผ่านมาแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะเป็นอดีต จงยืดอกยิ้มสู้ยอมรับในกฎแห่งกรรมที่ทำมา…

…อดีตคือบทเรียนของชีวิตถูกหรือผิดล้วนแล้วคือบทเรียนทบทวนใคร่ครวญพิจารณาในสิ่งที่ผ่านมา ให้เห็นที่มาและความเป็นไปในชีวิต เพื่อที่จะกำหนดทิศทางใหม่ที่จะก้าวเดิน โดยเอาอดีตนั้นมาเป็นบทเรียน เพราะว่ามันคือบทเรียนแห่งชีวิต

อ่านเพิ่มเติม “คิดไป เขียนไป บทที่ ๘”

คิดไป เขียนไป บทที่ ๗

…คิดไป เขียนไป บทที่ ๗…

…ปลายทางย่อมอยู่ไม่ไกลตราบใดที่เรายังก้าวเดินไปข้างหน้าในเส้นทางที่ถูกต้องตรงไปสู่จุดหมาย…

…ชีวิตคือการทำหน้าที่ ชีวิตที่เหลืออยู่นี้คือการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดของความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์…

….ธรรมอยู่ที่สภาวะภายในของจิตมิใช่อยู่ที่การแสดงออกทางกาย…

อ่านเพิ่มเติม “คิดไป เขียนไป บทที่ ๗”

คิดไป เขียนไป บทที่ ๖

…คิดไป เขียนไป บทที่ ๖…

…แสงธรรมคือแสงทอง….
…“ภิกษุจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีลอันดี จงมีความดำริตั้งมั่นตามรักษาจิตของตนเถิด”

“อปฺปมตฺตา สตีมนฺโต
สุสีลา โหถ ภิกฺขโว
สุสมาหิตสงฺกปฺปา
สจิตฺตมนุรกฺขถ ”…
…พุทธสุภาษิต มหาปรินิพพานสูตร ๑๐/๑๒๐…

อ่านเพิ่มเติม “คิดไป เขียนไป บทที่ ๖”

คิดไป เขียนไป บทที่ ๕

…คิดไป เขียนไป บทที่ ๕…

…“ภิกษุจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ
มีศีลอันดี จงมีความดำริตั้งมั่น
ตามรักษาจิตของตนเถิด”
“อปฺปมตฺตา สตีมนฺโต
สุสีลา โหถ ภิกฺขโว
สุสมาหิตสงฺกปฺปา
สจิตฺตมนุรกฺขถ”…
…พุทธสุภาษิต มหาปรินิพพานสูตร ๑๐/๑๒๐…

…ชีวิต จิต วิญญาณ
ต่างต้องการดิ้นรนแสวงหา
เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข
แม้เพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อยก็ยินดี
เพื่อที่จะได้มีกำลังใจ ที่จะอยู่สู้ต่อไป

…มนุษย์
เสพสุขอยู่กับความฝัน
จินตนาการไปกับคืนวัน
สร้างฝันเพื่อปลอบใจตนเอง
บางครั้งก็สุขสดชื่นสมหวัง
บางครั้งพลาดพลั้งฝันสลาย
ไม่มีอะไรจริงแท้และแน่นอน

…ฝันไปเถิดเจ้าจงฝัน
ฝันให้ไกลไปให้ถึงซึ่งความฝัน
อย่าท้อแท้เลิกร้างเสียกลางคัน
จงสานฝันนั้นให้เห็นเป็นความจริง
เพื่อเป็นรางวัลแด่ ชีวิต จิต วิญญาณ…

…ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม…
…๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๕…