วันเวลาแห่งชีวิตของทุกคนนั้นสั้นลง

…วันเวลาแห่งชีวิตของทุกคนนั้นสั้นลงทุกขณะทุกชีวิตกำลังเดินไปสู่ความตาย ช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยของแต่ละคนที่ทำมา ซึ่งแตกต่างกันแต่ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วนั้น ทุกคนก็ไม่อาจจะหนีความตายเวลาที่เหลืออยู่ของชีวิตนั้นมันสั้นลงทุกวินาทีที่ผ่านเลยไปจงใช้เวลาที่เหลืออยู่นั้นให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าได้ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเปล่าโดยไร้สาระ ทบทวนใคร่ครวญในสิ่งที่ผ่านมา ว่าเรานั้นได้สร้างได้ทำอะไรมาบ้างแล้ว เรามีความภาคภูมิใจในสิ่งที่เราได้สร้างได้ทำมาแล้วหรือไม่ ชีวิตนี้มีความทรงจำที่ดีเก็บไว้แล้วหรือยัง “ดูหนังดูละคร แล้วจงย้อนมาดูตัว”

…จงมีสติระลึกรู้ในสิ่งที่ผ่านมามีความรู้ตัวทั่วพร้อม ในสิ่งกำลังเป็นไป มองอะไรให้มองทั้งสองด้านทั้งที่เป็นคุณและเป็นโทษ ที่เป็นประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ทั้งสองสิ่งมองให้เห็นความเป็นจริง มองทุกสิ่งด้วยใจที่เป็นกลาง ไม่เข้าข้างความคิดของตนเอง โดยเอาความชอบหรือความไม่ชอบของตนเป็นตัวตัดสินทุกอย่างต้องเริ่มต้นที่จิต จงฝึกคิดและฝึกทำ…

…ด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม-วจีพเนจร…
…๖ ธันวาคม ๒๕๕๔…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *