ทบทวนธรรม คำกวี

…ทบทวนธรรม คำกวี…

…วันเวลาที่ผ่านไปนั้น ทำงานไปตามบทบาทและหน้าที่ตาม จังหวะ เวลาและโอกาสที่พึงมี ทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการมีสติสัมปชัญญะระลึกรู้ในสิ่งที่คิดและกิจที่ทำ “ชีวิตคือการทำงาน การทำงานคือส่วนหนึ่งของชีวิต”

…ชีวิตนั้นต้องดำเนินไปตามกระแสแห่งกรรมที่ทำมา ทุกคนเกิดมาต่างมีภาระหน้าที่และบทบาทที่แตกต่างกัน ตามที่กรรมเก่าได้จัดสรรไปตามเหตุและปัจจัยซึ่งที่มานั้นเราไม่สามารถที่จะแก้ไขได้เพราะมันเป็นเรื่องของอดีตที่ผ่านมาแล้วแต่เรื่องราวในอนาคตนั้น เราสามารถที่จะกำหนดได้ โดยการสร้างเหตุและปัจจัยในวันนี้ ดำเนินชีวิตตามภาระและหน้าที่ของเราที่มีให้สมบูรณ์ ทำในสิ่งที่ไม่เป็นภัยต่อชีวิต ไม่เป็นพิษต่อผู้อื่นไม่ฝ่าฝืนธรรมวินัย กฎหมายและประเพณีที่ดีงาม เดินตามอริยมรรคอันมีองค์ ๘ ตามสถานะและสภาวะของเรา…

…เก็บของเก่ามาเกลาใหม่…

๐ ยกบทกลอน ก่อนเก่า มาเล่าอ้าง
เป็นแบบอย่าง ให้คิด และศึกษา
คนโบราณ รุ่นเก่า ท่านเขียนมา
มีคุณค่า ควรคิด ให้เข้าใจ

…” วัดจะยืนยง คงอยู่ คู่กับบ้าน
ก็ด้วยการ พัฒนา หาหยุดไม่
วัดโรยร้าง เพราะห่าง ความร่วมใจ
เชิญชวนไป ช่วยวัด พัฒนา

๐ วัดจะร้าง โรยรา ถ้าถูกร้าง
จะอ้างว้าง ร้างโรย ให้โหยหา
เกิดทุกข์ภัย ไร้ศีล สิ้นเมตตา
ทั้งโลกา พากันทุกข์ ไม่สุขเลย

๐ วัดไม่ร้าง ช่วยกันสร้าง อย่าร้างวัด
ช่วยเร่งรัด พัฒนา อย่าอยู่เฉย
คอยสอดส่อง ดูแล อย่าละเลย
อย่าทำเฉย ช่วยวัด พัฒนา

๐ วัดจะดี มิใช่ดี ที่โบสถ์สวย
หรือร่ำรวย ด้วยทรัพย์ แสวงหา
วัดจะดี เพราะพระเณร มีศรัทธา
ภาวนา รักษาศีล เคร่งวินัย

๐ วัดจะดี มีหลักฐาน ชาวบ้านช่วย
บ้านจะสวย ก็เพราะวัด ดัดนิสัย
บ้านกับวัด ผลัดกันช่วย จึงอวยชัย
หากขัดกัน ก็บรรลัย ทั้งสองทาง “…

๐ คือบทกลอน สอนใจ ให้ครวญคิด
ให้พินิจ นำเอามา เป็นแบบอย่าง
ช่วยให้วัด พัฒนา อย่าลาร้าง
ช่วยกันสร้าง ช่วยกันทำ นำสิ่งดี

๐ ความร่วมมือ ร่วมแรง และร่วมใจ
จะทำให้ สำเร็จ เสร็จทุกที่
ชุมชนใด มีความรัก สามัคคี
ก็จะมี ชื่อเสียง ขจรไกล

๐ ต้องช่วยกัน ประสาน บ้านและวัด
อย่าให้ขัด จงช่วย กันแก้ไข
โลกและธรรม บ้านกับวัด คู่กันไป
จงร่วมใจ ร่วมทำ ในกรรมดี…

…ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ – สมณะไร้นาม…
…๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕…