ใคร่ครวญธรรมไปตามกาล บทที่ ๒๓

…ใคร่ครวญธรรมไปตามกาล บทที่ ๒๓…

…หลายคนอาจจะมองว่าชีวิตช่างวุ่นวายทำไปทำไมมากมาย ควรจะอยู่นิ่ง ๆ ทำกิจของสงฆ์ไป ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเรื่องของทางโลก ก็เลยย้อนถามกลับไปว่า อะไรคือโลก อะไรคือธรรม ธรรมนั้นอยู่ที่ไหน ธรรมนั้นใครคือผู้ใช้ผู้ปฏิบัติธรรม โลกและธรรมคือของคู่กัน อาศัยซึ่งกันและกัน…

…วิถีโลก-วิถีธรรม ต้องก้าวไปด้วยกัน…

…ฝากไว้เป็น ข้อคิด ให้ศึกษา
เรียนรู้ค่า แห่งชีวิต ทิศทางใหม่
สิ่งที่รู้ สิ่งที่เห็น ที่เป็นไป
อาจมิใช่ สิ่งที่คิด พินิจดู

…ควรตั้งจิต ตั้งใจ ให้เปิดกว้าง
มองทุกอย่าง ที่เห็น เพื่อเรียนรู้
เอาทุกอย่าง มาพินิจ คิดเป็นครู
จงเฝ้าดู และวิเคราะห์ ให้เหมาะควร

…มองให้เห็น ความเป็นจริง สิ่งทั้งหลาย
เห็นความหมาย ชั่วและดี นั้นมีส่วน
ทำในสิ่ง ทีดี และที่ควร
ฝึกทบทวน นึกคิด จิตใฝ่ดี

…คุณธรรม นั้นจงมี ในชีวิต
รู้ถูกผิด คุณธรรม นั้นนำชี้
จิตสำนึก ส่วนลึก นั้นใฝ่ดี
เมื่อมันมี โอกาส พึงกระทำ

…โลกและธรรม นำชี้ บทชีวิต
ก่อเกิดกิจ กันไป กุศลกรรม
สิ่งที่คิด สิ่งที่เห็น นั้นเป็นธรรม
เป็นประจำ ในชีวิต คิดใคร่ครวญ

…เพราะธรรมะ นั้นคือ ธรรมชาติ
ตามโอกาส และจังหวะ ตามสัดส่วน
สิ่งที่ทำ สิ่งที่คิด กิจที่ควร
ทุกสิ่งล้วน คือธรรม ตามความจริง

…ธรรมะนั้น อยู่ใกล้ ในชีวิต
ถ้าหากจิต ของเรา นั้นหยุดนิ่ง
ก็จะรู้ และเห็น ความเป็นจริง
สรรพสิ่ง ล้วนคือธรรม ที่นำพา

…คือความจริง ทั้งหลาย ในโลกนี้
สิ่งที่มี สิ่งที่เห็น ได้ศึกษา
คือความจริง ใช่สิ่งหลอก โลกมายา
คือธัมมา ธรรมชาติ ที่เป็นไป

…มันคือกฎ ของโลก ที่เป็นอยู่
มันเป็นคู่ กันมา ทุกสมัย
โลกและธรรม คู่กัน นั้นเรื่อยไป
เกิดจากใจ จากจิต ที่คิดจริง

…เมื่อใจรับ ความเป็นจริง สิ่งทั้งหลาย
พบความหมาย ในชีวิต สรรพสิ่ง
ก็จะเห็น โลกธรรม ตามความจริง
สรรพสิ่ง มันก็เป็น เช่นนั้นเอง…

…ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ – สมณะไร้นาม…
…๖ สิงหาคม ๒๕๖๕…