ใคร่ครวญธรรมไปตามกาล บทที่ ๖๐

…ใคร่ครวญธรรมไปตามกาล บทที่ ๖๐…

“การสะสมบุญทำให้มีความสุข”
“สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย”
…พุทธสุภาษิต ธรรมบท ๒๕/๒๖…

…การทำงานทุกอย่างเป็นการปฏิบัติธรรมไปในตัว เพราะว่าการปฏิบัติธรรมนั้นคือการเจริญกุศลจิตเจริญสติและสัมปชัญญะอยู่ทุกขณะจิต มีความระลึกรู้และรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลาทั้งในการคิดและการกระทำ

…ซึ่งคนทุกคนนั้นล้วนแล้วแต่มีความคิดมีสติ แต่สิ่งที่ขาดไปคือกุศลจิต ซึ่งเป็นคุณธรรมที่คุ้มครองจิตไม่ให้คิดไปในทางที่ผิด รู้จักหักห้ามจิตไม่ให้คิดอกุศล รู้จักวางตนอยู่ในสัมมาทิฏฐิ ซึ่งสิ่งที่ขาดหายไปนั้น เกิดจากพื้นฐานของคุณธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละคน ดังคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ว่า “บุคคลแตกต่างด้วยธาตุและอินทรีย์ บารมีที่สร้างสมกันมา”…

…ในยามดึกสงัดที่ผู้คนหลับใหลนั่งมองลมหายใจที่ไหลเข้าออกใคร่ครวญทบทวนพิจารณาธรรมเอาจิตคุมกายให้มีความรู้ตัวทั่วพร้อมใช้จิตถามจิต คิดจนให้เห็นเหตุที่เกิดผัสสะ อายตนะ ธรรมารมณ์ ที่ทำให้เกิดเมื่อรู้เห็นเข้าใจ จิตก็คลายความกังขาเห็นการเกิดมา การตั้งอยู่และการดับไปถอนจิตออกได้จากการยึดถือที่เกิดขึ้นกายโปร่งโล่งเบาสบาย เมื่อจิตคลายการยึดถือ ลมหายใจเข้าสู่สภาวะสงบเย็นเป็นปกติ อุทานธรรมเกิดขึ้นในจิตเมื่อเข้าสู่ความว่าง ทุกสิ่งอย่างรอบกายล้วนคือครูผู้สอนธรรมเมื่อได้น้อมนำมาพิจารณาโดยปราศจากอัตตา ทุกสิ่งที่ผ่านมา

…ตถตา มันเป็นเช่นนั้นเอง…

…ขอบคุณร่างกายที่ยังหายใจในวันที่ผ่านมา…

…ขอบคุณกาลเวลาที่สอนให้เข้าใจธรรม…

…ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ – สมณะไร้นาม…
…๑๓ กันยายน ๒๕๖๕…