ลมหายใจแห่งสายธรรม

…ลมหายใจแห่งสายธรรม…

…พยายามอบรมตนเองให้รู้จักข้อวัตรปฏิบัติ เพื่อให้รู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่และมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม อะไรที่ผิดเราก็พยายามละพยายามลดละไม่ทำตามความคิดฝ่ายต่ำ สร้างแต่สิ่งที่เป็นคุณงามดี ดั่งที่ได้ตั้งปณิธานไว้ “ไม่เก็บ ไม่กำ ไม่กอบ ไม่โกง ไม่กินไม่เอาเปรียบผู้ใด ทุกอย่างทำไปเพื่อสร้างบารมี”

…ชีวิตนี้มันเป็นของน้อยทุกวินาทีที่ผ่านไป คือการเดินไปสู่ความตายจึงจำเป็นต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “การทำความเพียรนั้นอย่าหลอกตนเอง ทำให้จริงจังตั้งสติกำหนดให้สตินั้นมีกำลังแก่กล้าทำสัมปชัญญะให้มันแจ้ง” ทาน ศีลภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา เจริญภาวนานั้นเป็นเครื่องชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ผ่องใส ที่ทำนั้นมีความหมายเพื่อที่จะกำจัดกิเลสภายในใจของเราไม่ใช่ทำไปเพื่อให้ก่อเกิดมานะอัตตาเป็นไปเพื่อความลดละ แห่งกิเลสตัณหา พิจารณาดูกาย ดูจิต ดูความคิดของตัวเราเอง…

…ดูตัวเราว่ามีปัญญาพิจารณาเป็นไหมและทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความเจริญในธรรมพิจารณาไตร่ตรองด้วยสติปัญญาค้นหาความจริงในกายในจิตของเรา ยอมรับความเป็นจริงในสิ่งที่เรามีและเราเป็น มองให้เห็นความเสื่อมทั้งหลายอันได้แก่กิเลสตัณหา อัตตามานะที่่มีอยู่ในจิตของเรา ซึ่งเราจำเป็นที่จะต้องรู้และต้องเห็นเสียก่อนจึงจะเข้าไปลดละมันได้ เพราะไม่มีใครที่จะรู้จักตัวเราเท่ากับตัวของเราเองขอเพียงเราให้เวลาแก่ชีวิตจิตวิญญาณของตัวเราเอง ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ “ดูหนัง ดูละคร แล้วจงย้อนมาดูตัวเอง” …

…นรกหรือสวรรค์ นั้นเป็นสิ่งที่ยังไม่เห็นในวันนี้ แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่คือความสุขและความทุกข์ทั้งหลายที่เราสัมผัสได้ในปัจจุบัน ทำอย่างไรที่เราจะอยู่กับมัน อยู่เหนือมัน ทำอย่างไรให้ใจของเรานั้น ไม่สับสนและวุ่นวายนั้นคือสิ่งที่เราต้องทำในวันนี้ เป็นสิ่งที่เห็นและสัมผัสได้ ถ้าคุณคิดที่จะทำ…

…ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต…
…รวี สัจจะ – สมณะไร้นาม…
…๑๓ กันยายน ๒๕๖๕…